พัฒนาจริยธรรม ในองค์กร ตอนที่ 1 โดย อ.ทายาท ศรีปลั่ง คอลัมน์ บริหารคนบริหารงาน โพสต์ทูเดย์

2560-6-13

 

องค์กรจะต้องเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หากจำแนกตามความเร็วและ ความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลง จะแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ
 
1. เปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป

เป็นการเปลี่ยนช้าๆ ทำแบบค่อยเป็นค่อยไป เช่น เสริมทักษะ ฝึกอบรมพนักงาน ปรับปรุง กระบวนการทำงานให้ดีกว่าเดิม ข้อดี คือ ทำง่าย พนักงานยอมรับมากกว่า ข้อเสีย คือ ถ้าคู่แข่งเปลี่ยนเร็วกว่า เราจะล้าหลังไป ยิ่งยุคนี้แข่งขันรุนแรงแล้วประเทศเราค่อนข้างพัฒนาช้า ผมจึงไม่แนะนำบริษัทคนไทยใช้วิธีนี้เพียงแนวทางเดียว
 
2. เปลี่ยนแปลงแบบทิ้งของเก่าและนำของใหม่เข้ามา 

เอาระบบเก่าออกไปและนำระบบใหม่ใส่เข้ามาเลย ปรับปรุงจนแทบไม่เหลือร่องรอย การทำงานแบบเก่า มีของใหม่มากกว่า 50% เปลี่ยนจากรูปแบบหนึ่งไปสู่รูปแบบที่ดีกว่าเดิม วิธีนี้เหมือนเอาระบบหรือเทคโนโลยีเป็นตัวนำ คนต้องปรับตัวตามให้ทัน ทั้งวิธีคิด ความรู้ พฤติกรรม หลายบริษัทใช้วิธีนี้ และต้องลดเวลาเปลี่ยนแปลงให้สั้นลง ข้อระวังคือ อาจมีแรงต้านจากคนที่เปลี่ยนตัวเองได้ช้าซึ่งมักไม่ชอบวิธีนี้ วิธีนี้ต้องมีผู้จัดการเก่ง อาจเป็น Line Manager, CEO ส่วน HR ต้องทำหน้าที่นี้แข็งขันกว่าเดิม
 
3. เปลี่ยนแปลงแบบปฏิรูป 

เปลี่ยนทุกอย่างตั้งแต่ระบบ อุดมการณ์ ของคน และเปลี่ยนกลยุทธ์ธุรกิจไปพร้อมกัน วิธีนี้เกิดการต่อต้านได้มากที่สุด ทำให้ได้คนที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม ถ้ารุนแรงมากจะเป็นการคัดพนักงานกลุ่มนั้นออกจากองค์กรเลยแล้วหาคนใหม่ที่เหมาะสมกับ
องค์กรใหม่ ถ้าเป็นองค์กรเก่าๆ รับรองจะมีการปลดคนออก คัดคนที่มีความคิดเก่าๆ ออกไป การเปลี่ยนแปลงมากเหมือนบริษัทถูกซื้อไปเลย และเจ้าของใหม่เป็นคนที่ทันสมัย สิ่งเหล่านี้เกิดในไทยนานแล้ว ข้อเสียคือขัดแย้งสูง ภาวะจิตใจคนจะตกต่ำ บทบาท HR ต้องสร้างแล้วเตรียมพร้อมพนักงานทุกคน ช่วยสร้างวัฒนธรรมองค์กรใหม่ กำหนดกลยุทธ์ใหม่หล่อหลอมวิธีทำงานใหม่ HR ต้องทำคู่กับผู้บริหาร Line Manager ทั้งชุดใหม่และเก่า

 

ธุรกิจ+บุคคล+ความเร็วในการเปลี่ยนแปลง = ความสำเร็จ  HR เป็นคนกลางที่ต้องเปลี่ยนคนให้เข้าใจและยอมรับธุรกิจได้รวดเร็วทันความ ต้องการแข่งขันของบริษัทและความต้องการของลูกค้าจึงจะสำเร็จ
คนทั่วไปจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงต่างกัน จำแนกเป็น 5 ประเภท
 
1.พร้อมทันที – ผู้นำพูดถึงการเปลี่ยนแปลงก็คิดและทำได้เลย มีใจและความสามารถเปลี่ยนตามที่ผู้นำต้องการ ถือเป็นคนกลุ่มน้อยในองค์กร
 
2.ต้องมีผู้นำ – พร้อมเปลี่ยนแต่ต้องมีผู้นำคนกลุ่มนี้มีภาวะผู้นำน้อย
 
3.คิดซ้ำๆ ก่อนเปลี่ยน – ชอบคิดมาก จับผิด อาจมีประสบการณ์ในอดีตที่ไม่ดีว่าการเปลี่ยนแปลงในองค์การมักไม่ค่อยสำเร็จ หรือเห็นตัวอย่างองค์การอื่นที่ไม่ประสบความสำเร็จเลยคิดมากไม่อยากเปลี่ยน อีกอย่างคือคนที่ไม่มั่นใจในตัวเอง ชอบระแวงผู้นำ เพื่อนร่วมงาน รวมถึงตนเอง กลุ่มนี้คือคนที่รู้มากและเปลี่ยนแปลงช้า แต่ในที่สุดจะเปลี่ยนแปลง
 
4.จวนเจียนจึงเปลี่ยนใจ – คือพวกดื้อเงียบ แม้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็จะนิ่งอยู่อย่างนั้น กับพวกดึงดัน ที่ชอบต่อต้านทุกวิถีทาง ก่อกระแสต่อต้าน กลุ่มนี้ในที่สุดเมื่อไม่มีทางเลือกแล้วจึงยอมเปลี่ยนแปลง

 

5.อย่างไรก็ไม่เปลี่ยน – คนจำพวกบัวใต้น้ำ คนอื่นเปลี่ยนอย่างไร ตนเองก็จะไม่เปลี่ยน รอให้คนอื่นมาเปลี่ยนตัวเอง กลุ่มนี้น่าสงสารที่สุด เพราะสังคมปัจจุบันอาจต้องการคนประเภท 1-3 เท่านั้น พวกจวนเจียนจึง เปลี่ยนใจอาจสายไปด้วยซ้ำ นายจ้างใหม่หรือเพื่อนอาจไม่รอเรา
คนหนึ่งคนอาจตอบสนองการเปลี่ยนแปลงแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน จึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ดีว่าแต่ละคนอยู่กลุ่มไหน ในแต่ละเรื่อง ผู้เขียนจะแลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาวัฒนธรรมองค์การในบทความต่อๆ ไป

 

 

โดย ดร.ทายาท ศรีปลั่ง (กรรมการผู้จัดการบริษัทเดอะไนล์)

คอลัมน์ บริหารคนบริหารงาน โพสต์ทูเดย์



Leave a Reply